กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาต

ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเสียสละบำเพ็ญพระกรณียกิจในด้านสังคมสงเคราะห์ โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพื่อมุ่งช่วยเหลือพสกนิกรผู้ตกทุกข์ได้ยากมาเป็นเวลายาวนาน ทรงลงพื้นที่เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบความเดือดร้อน ทรงประทานทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้ไว้แก่โครงการต่างๆมากมาย โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ผู้หญิงและเด็ก ซึ่งทรงห่วงใยเป็นอย่างยิ่งเสมอมา ทรงรับโครงการสำคัญๆไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการด้วยกัน อาทิ โครงการ “ช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก” “กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์” “กองทุนพระวรราชาทินัดดามาตุ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์จากแม่ลูก” “กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก” และ “โครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์” นอกจากนี้ยังทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของ “มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ทรงมีความสัมพันธ์อันดีกับ “มูลนิธิเด็กโลก” ส่งผลให้ความช่วยเหลือในด้านที่เกี่ยวกับเด็กหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย และเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๓ ทางกองทุนมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ และหน่วยโลหิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปเป็นประธานเปิดกองทุน ‘คุณแม่คุณภาพเพื่อโรคมะเร็งในเด็ก

“วันนั้นมีการสัมมนาเรื่องโรคมะเร็งในเด็กและความก้าวหน้าในการรักษา ณ อาคาร เฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี ของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรเดช หงส์อิง กล่าวเป็นเบื้องต้น จนกระทั่ง วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ปีถัดไป เราก็ได้รับ พระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรง รับเป็นองค์อุปถัมภ์ เราจึงจัดตั้งเป็นกองทุนขึ้นมา โดยเปลี่ยนจากชื่อเดิม ‘กองทุนคุณแม่คุณภาพเพื่อโรคมะเร็งในเด็ก’ มาเป็น ‘กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ’ ครั้งนั้นได้ประทานเงินส่วนพระองค์ จำนวน ๑ ล้านบาท สำหรับเป็นงบตั้งต้นของกองทุน โดยมีพระดำริว่าอยากที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และรับสั่งว่าเมื่อจัดตั้งกองทุนนี้แล้ว มิใช่เพื่อโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง เพราะฉะนั้น เงินที่ได้มาเราจึงกระจายไปทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ ขอความช่วยเหลือเข้ามา ซึ่งก็มีประมาณ ๑๐ กว่าแห่งอาทิ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติที่เราได้ให้เงินสนับ สนุนไปแล้ว โรงพยาบาลละ ๑-๓ แสนบาท รวมๆก็ประมาณ ๒-๓ ล้านบาทต่อปี”

คุณหมอสุรเดช หงส์อิง

แพทย์กุมารเวชผู้เชี่ยวชาญโรคเลือดและโรคมะเร็งในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดียังได้กล่าวขยายความถึง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือของกองทุน โรคมะเร็งในเด็กฯ ไว้อย่างชัดแจ้ง ว่าอยู่ในรูปแบบที่ทางโรงพยาบาลจะให้แก่คนไข้ นั่นก็คือค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าตรวจในห้องปฏิบัติการพิเศษ

“ค่าเดินทางนี่สำคัญมาก คนไข้บางรายหยุดการรักษาไปเฉยๆ เพราะว่าพ่อแม่ไม่มีค่า เดินทางมาโรงพยาบาล” และอีกประการหนึ่ง ซึ่งสำคัญยิ่งกว่า คือค่าเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก สำหรับคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว

“เพราะค่าเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกต่อราย ตกประมาณ ๕ แสนบาท ฉะนั้น กองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ ก็จะช่วยสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายนี้ด้วย ที่ผ่านมามีถึง ๑๐-๑๒ โรงพยาบาลที่ทางกองทุนของเราได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว เนื่องจาก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทางบ้านมีฐานะยากจน บางคนอย่าว่าแต่ค่าบำบัดรักษาเลย ค่าเดินทางก็ยังไม่มี เราก็ต้องออกค่าเดินทางให้เขาด้วยและยาบางตัว โครงการ ๓๐ บาท ไม่ครอบคลุม แต่เป็นยาที่มีความจำเป็นกับคนไข้ เราก็ต้องเอาเงินจากกอง ทุนไปช่วยเหลือ”

ครั้นเมื่อทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯไว้ในพระอุปถัมภ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ยังทรงมีพระดำรัสห่วงใยในสถานการณ์ของภาวะโรคมะเร็งในเด็ก ซึ่งนับวันจะมีอัตราสูงขึ้นทุกปี ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าทางการรักษาจะพัฒนาไปมากขึ้นกว่าเดิม กล่าวได้ว่า กองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ มีคุณูปการอันสูงยิ่งต่อวงการแพทย์ นอกจากช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ยากไร้แล้ว ยังถือเป็นกองทุนตั้งต้น สำหรับงานศึกษาวิจัย เพื่อความก้าวหน้าทางการรักษา ต่อไปในอนาคต ด้วยเหตุปัจจัยและนิมิตหมายที่ดี เหล่านี้ เกิดขึ้นได้เนื่องเพราะพระเมตตาการุณย์ที่รินหลั่งจากน้ำพระทัยใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดยแท้...