โรคมะเร็งในเด็ก

โรคมะเร็งในเด็กและความก้าวหน้าในการรักษา

"หน่วยโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก" คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มจัดตั้งโรงพยาบาลรามาธิบดี ปัจจุบันมีผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารับการรักษาถึงปีละเกือบ 100 รายทั้งนี้ผู้ป่วยที่พบมากที่สุดคือ “มะเร็งเม็ดเลือดขาว” รองลงมาคือมะเร็งเนื้องอกในสมอง นอกจากนั้นก็เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต่อมหมวกไต ไต ตับ กระดูกและลูกนัยน์ตาตามลำดับ ทั้งนี้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่เพียงแต่เป็นผู้ป่วยในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังมีผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อมาจากต่างจังหวัดอีกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันความก้าวหน้าในการใช้เคมีบำบัดตลอดจนเทคโนโลยีในการรักษา โรคมะเร็งในเด็กดีขึ้นกว่าเมื่ออดีตมาก จึงทำให้อัตราการรอดชีวิตจากโรคมะเร็งในเด็กโดยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่หายเป็นปกติกว่า 70% ซึ่งการรักษาสามารถทำได้โดยการผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัดการฉายแสงและการปลูกถ่ายไขกระดูก อย่างไรก็ตามการรักษาโรคมะเร็งในเด็ก ต้องใช้เวลา ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก โดยการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายต้องใช้ระยะเวลากว่า 1-3 ปี (แล้วแต่ชนิดของโรคมะเร็ง) และค่าใช้จ่ายมากกว่า 100,000-300,000 บาท ต่อราย


ความคิดเห็นจากผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูก

กระผมสมคิด บัวบาน อยู่จังหวัดกาญจนบุรี ผมป่วยเป็นโรคมะเร็งในกระดูก ตรงช่วงข้อหัวเข่าข้างขวา ผมเริ่มมารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2533 หมอก็ทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเมื่อรู้ผลเรียบร้อยแล้ว ผมได้ยาทางเส้นเลือด 4 ครั้งก่อนผ่าตัดขา แล้วหลังจากผ่าตัดก็ให้อีก 4 หน แต่การให้ยานั้นทั้งอาเจียนและผมร่วง มันทรมานมาก แต่ผมก็ต้องทนเพราะอยากให้โรคหาย แต่ถึงจะให้ยาลดความปวดมันก็ลดได้แค่นิดนึง  ผมปวดมากจนบอกหมอตัดขาให้ผม แต่หมอบอกว่าต้องให้ยาให้ครบวงจรก่อนมิฉะนั้นจะไม่หาย ผมก็ยอมทนปวดจนครบ 4 เข็มหมอจึงทำการผ่าตัดขา ผมว่าตอนที่ยังไม่ตัดขากับตัดขาแล้ว ตัดขาดีกว่า ส่วนตอนนี้ผมได้ยาครบ 8 ครั้งแล้ว ถ้าผมจากที่นี่ไปผมคงไม่ลืมที่นี่เลย เพราะที่นี่มีบุญคุณกับผมมาก ส่วนคนที่หมอบอกให้ตัดขา แล้วไม่ยอมตัด ผมคิดว่าตัดขาดีกว่าปล่อยมันไว้ เพราะก้อนเนื้อมันจะโตขึ้นเรื่อยๆ และปวดมากจนทนไม่ไหว และอาจมีอาการหนักจนเชื้อขึ้นปอด จนรักษาไม่ได้ เพราะมันสายเกินไปแล้ว ดังนั้นผมจึงขอฝากคำ 1 ประโยคไว้ให้ผู้ป่วยที่คิดผิดไม่ยอมตัดขาว่า “มันไปเราอยู่...มันอยู่เราตาย”


ประเภทของโรคมะเร็งในเด็กและ อัตราการรอดชีวิต