“เห็ด” เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ

ดร.เอกราช บำรุงพืชน์
ชมรมโภชนวิทยามหิดล

ความจริงข้อหนึ่งที่ไม่ควรลืมคือ อายุที่มากขึ้นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานลดลง เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมมีโอกาสบุกรุกเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่บั่นทอนระบบภูมิคุ้มกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสะสมของมลพิษและสารปนเปื้อนที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ ทั้งในอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคเข้าไป รวมไปถึงวิถีชีวิตที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยความเครียดที่ต้องแก่งแย่งแข่งขันกัน ล้วนแต่ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติจึงด้อยประสิทธิภาพลง

ยกระดับภูมิคุ้มกัน ยกระดับคุณภาพชีวิต

การดูแลตัวเองเบื้องต้นนับเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานของการส่งเสริมสุขภาพที่จะช่วยยกระดับภูมิคุ้มกัน และยกระดับคุณภาพชีวิต การดูแลตนเองด้วยวิถีธรรมชาติ หรือธรรมชาติบำบัดตามแบบการแพทย์ทางเลือกได้กลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น และรับประทานเนื้อแดงให้น้อยลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าหนุ่มสาววัยทำงานในปัจจุบันหันไปรับประทานอาหารมังสวิรัติกันมากขึ้น หรือบางคนอาจรับประทานมังสวิรัติสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง โดยหนึ่งในเมนูที่นิยมทานกันมักมีเห็ดเป็นส่วนประกอบ “เห็ด” ถือได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ ที่นอกจากจะเสริมความอร่อยให้อาหารแล้ว เห็ดยังเป็นแหล่งรวมของสารอาหารต่างๆมากมาย

ว่ากันว่า “เห็ด” ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีมากถึง 140,000 สายพันธุ์ แต่มีเห็ดเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถรับประทานได้ โดยมีเห็ดบางชนิดที่ให้สารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากเป็นพิเศษและมีผลในการป้องกันรวมไปถึงรักษาโรคตามตำราการแพทย์โบราณ ซึ่งเห็ดเหล่านี้ได้ถูกขนานนามว่าเป็น “เห็ดทางการแพทย์” (Medicinal Mushroom)

เห็ดทางการแพทย์...มหัศจรรย์แห่งการบำบัด

เราอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับเห็ดหลากหลายชนิดที่นำมาปรุงอาหารกัน ไม่ว่าจะเป็น เห็ดฟาง เห็ดโคน เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู ฯลฯ แต่นั่นก็เป็นเพียงเห็ดที่ใช้ในการประกอบอาหารเท่านั้น แต่ถ้าพูดถึงเห็ดทางการแพทย์แล้วจะหมายถึง เห็ดที่มีคุณสมบัตินำมาใช้ในทางการแพทย์หรือมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ที่สำคัญยังเป็นเห็ดหายากและมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเห็ดบางชนิดมีประวัติทางการแพทย์อันยาวนานและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย แถมยังมีรายงานการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ที่ช่วยยืนยันถึงประโยชน์ของเห็ดเหล่านี้ต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมากมายหลายฉบับด้วยกัน เช่น

เห็ดไมตาเกะ (Maitake) เห็ดที่ได้รับการถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งเห็ด” มีประวัติการใช้มากว่าพันปี เป็นเห็ดสมุนไพรขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพสูง และมีราคาแพง พบได้ในแถบทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือและยุโรป เป็นเห็ดสมุนไพรที่ค่อนข้างหายาก จึงยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่ก็ได้รับการยอมรับจากนักวิจัยสมุนไพรว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายของคนเรามีสุขภาพที่ดี โดยเห็ดไมตาเกะมีสรรพคุณทางยาในการช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคมะเร็ง และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาพบว่า เห็ดไมตาเกะ ประกอบด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น โพตัสเซียม, แมกนีเซียม, แคลเซียม, ใยอาหาร, กรดอะมิโน และวิตามินอีกหลายชนิด เช่น วิตามินบี2  วิตามินบี3 วิตามินซี และวิตามินดี จากการศึกษาวิจัย พบว่าสิ่งที่น่าสนใจในเห็ดไมตาเกะ ก็คือ คาร์โบไฮเดรตกลุ่มที่เรียกว่า โพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงมีส่วนช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้อีกด้วย ถ้าหากรับประทานเป็นประจำก็จะช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Yamabushitake Mushroom) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เห็ดปุ้ยฝ้าย” เป็นเห็ดที่หาได้ยากในธรรมชาติ จึงได้รับการขนานนามว่า “Mountain Hidden Mushroom” ปัจจุบันจึงมีการเพาะเลี้ยงในระบบปิดที่มีการใช้ air and water purification เพื่อควบคุมคุณภาพ จากข้อมูลการศึกษาวิจัยทางโภชนาการ พบว่าในเห็ดยามาบูชิตาเกะเป็นแหล่งของโปรตีน มีกรดอะมิโนอยู่ 16 ชนิด ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายอยู่ถึง 7 ชนิด ส่วนในด้านสรรพคุณทางยานั้น แพทย์จีนแผนโบราณเห็นว่าเห็ดยามาบูชิตาเกะมีรสชาติหวาน มีฤทธิ์อ่อน ใช้บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เพิ่มกำลังวังชา และต่อต้านมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์พบว่าในเห็ดยามาบูชิตาเกะมีสารเลนติแนนและเปปไทด์ ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สูงขึ้น

เห็ดหลินจือ (Reishi Mushroom) เป็นเห็ดที่ชาวจีนรู้จัก นิยมใช้ในการบำบัด และบำรุงร่างกายกันมาเป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งยังบรรจุอยู่ในตำราการแพทย์ของจีนว่ามีประสิทธิภาพมากมาย ซึ่งที่มีระบุไว้ในตำราก็คือ ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน กำจัดสารพิษในร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง บำรุงสุขภาพตับ  ช่วยควบคุมความดันโลหิต  เพิ่มออกซิเจนในเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง   ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ อัมพฤกษ์ อัมพาต แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เรียกว่าเป็นยาที่ช่วยป้องกันโรคและฟื้นฟูสุขภาพอย่างครบถ้วน

ถั่งเฉ้า (Cordyceps) จัดเป็นเห็ดทางการแพทย์อีกชนิดหนึ่งที่หาได้ยาก มีสรรพคุณทางการแพทย์ที่ได้ถูกบรรจุอยู่ในตำราการแพทย์แผนจีนมาตั้งแต่ราชวงศ์จีนสมัยโบราณ แม้กระทั่งปัจจุบัน ราคาของสมุนไพรชนิดนี้ก็ยังมีราคาสูงอยู่ ในแง่วิชาการ พบว่า ถั่งเฉ้า มีสาร Cordycepic acid, Cordypin, Amino acid, Adenosoine, nucleosides, Polysaccharides, Cyclosporin และ Glutamic acid ซึ่งช่วยในขบวนการหายใจ ช่วยทำให้ปอดนำเอาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลต่อการเสริมสร้างความสมบูรณ์ และการผลิตฮอร์โมน

เห็ดชิตาเกะ (Shiitake) หรือเห็ดหอม เป็นเห็ดทางการแพทย์อีกหนึ่งชนิดที่มีประวัติการใช้ทางการแพทย์มานานเป็นพันปี ถือเป็นของล้ำค่าและหาได้ยากในการบริโภคสมัยก่อน เพาะปลูกโดยใช้ขอนไม้จากธรรมชาติ คนจีนใช้เห็ดหอมเป็นยาอายุวัฒนะ รักษาหวัด ทำให้เลือดลมดี ป้องกันโรคมะเร็งรวมถึงยั้บยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเนื้อร้าย  ป้องกันโรคเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคจากการติดเชื้อไวรัส และจากรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า สารสำคัญในเห็ดหอมที่ชื่อว่าเลนติแนน (Lentinan) ซึ่งเป็นสารจำพวกบีต้า-กลูแคน (b-glucan)  ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเซลล์เนื้อร้ายได้

เห็ดแครง (Schizophyllum commune) จากการศึกษาวิจัยพบว่า เห็ดแครงมีสารในกลุ่มบีต้า-กลูแคน ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญและการแพร่กระจายของเนื้องอก โดยอาศัยกลไกทางระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเช่นเดียวกับเห็ดหอมและเห็ดหลินจือ

ดังนั้น ถ้าอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ต้องยกระดับภูมิคุ้มกันร่างกายให้กับตนเองตั้งแต่วันนี้ และ “เห็ดทางการแพทย์” นับได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม

 

ที่มาข้อมูล : ลงนิตยสารขวัญเรือน ฉบับปักษ์หลังกันยายน 2554


<<< back